Data
noun

คำนี้เป็นภาษาละติน แปลว่า ข้อมูล ดั้งเดิมทีเดียวถือเป็นรูปพหูพจน์ของ datum แต่ปัจจุบันมีการใช้อย่างแพร่หลายจนทำให้รูปแบบการใช้ผิดเพี้ยนไปจากเดิม ปัจจุบัน data สามารถใช้เป็นคำนามพหูพจน์ เอกพจน์ และนามนับไม่ได้ที่เป็น synonym กับ information ได้

data on global warming
ข้อมูลเรื่องภาวะโลกร้อน
All the experimental data points suggest a linear trend.
จุดข้อมูลการทดลองทั้งหมดมีแนวโน้มเป็นเชิงเส้น
Statistical data show/shows that sex abuse is more prevalent in developing countries than in developed ones.
ข้อมูลเชิงสถิติระบุว่าพบการล่วงละเมิดทางเพศในประเทศกำลังพัฒนามากกว่าในประเทศพัฒนาแล้ว
A DVD contains a lot more data than a CD.
แผ่นดีวีดีบรรจุข้อมูลมากว่าแผ่นซีดีมาก

Desert
noun

Dessert
noun

คำสองคำนี้เขียนคล้าย ๆ กัน แต่ออกเสียงไม่เหมือนกัน และความหมายแตกต่างกันด้วย

Desert มี s ตัวเดียว อ่านว่า “เดส-เสิร์ท” stress พยางค์แรก พยางค์หลังออกเสียงสั้น ๆ แปลว่า “ทะเลทราย”

  • The Sahara, the largest desert, is approximately as large as a huge country like China.
  • It’s amazing that they were lost in the desert for two weeks but managed to survive.

Dessert มี s สองตัว แต่กลับอ่านว่า “ดิ-เสิร์ท” พยางค์แรกเสียงสั้น พยางค์หลังเสียงหนักและยาว แปลว่า “ของหวาน”

  • Tonight, we will have chocolate cake for dessert.
  • A three-course meal consists of an appetizer, main course, and dessert.

Disgust
verb

Disgusted
adjective

Disgust ไม่ได้แปลว่า "รู้สึกรังเกียจ" "รู้สึกขยะแขยง" นะครับ
Disgust เป็น Verb แปลว่า "ทำให้(รู้สึก)รังเกียจ"

ถ้าเราจะใช้กริยา disgust เราต้องใช้ว่า

  • "[สิ่งที่น่ารังเกียจ] disgust [คนที่รู้สึกรังเกียจ]"

กริยา disgust เอาไปทำ Adj. ได้ 2 ตัวคือ

  • Disgusting (Adj.) = น่ารังเกียจ น่าขยะแขยง
  • Disgusted (Adj.) = รู้สึกรังเกียจ รู้สึกขยะแขยง

เราสามารถใช้ disgusted (Adj.) ได้ในรูปประโยค

  • "[คนที่รู้สึกรังเกียจ] BE disgusted at/by/with[สิ่งที่น่ารังเกียจ]"
  • Insects disgust me.
  • I am disgusted by insects.

Drunk

adjective

Drunken
adjective

ทั้งสองคำนี้เป็น adjective ความหมายเหมือนกันแปลว่า เมา แต่มีวิธีการใช้ต่างกัน โดย drunk จะใช้ตามหลัง verb to be หรือ linking verb (appear, feel, seem, ฯลฯ) แต่ drunken จะใช้วางหน้าคำนามเท่านั้น ตัวอย่างประโยคเช่น

You seem drunk. Please do not drive!
คุณดูท่าจะเมา โปรดอย่าขับรถเลย
She was very drunk on whisky.
เธอเมาวิสกี้มาก
Those drunken teenagers were arrested for vandalism.
วัยรุ่นพวกนั้นเมาและถูกจับเพราะทำลายข้าวของ
My mother didn’t let me go to the drunken party.
แม่ของฉันไม่อนุญาตให้ฉันไปงานปาร์ตี้ที่จะมีการเลี้ยงสุรากันจนเมามาย

Effect
noun

แปลว่า ผลลัพธ์ ผลกระทบ หรือการเปลี่ยนแปลง ซึ่งมีวิธีใช้ได้หลากหลาย ลองดูตัวอย่างการใช้คำว่า effect ในกรณีต่าง ๆ

Stress has an effect on work performance.
ความเครียดมีผลต่อการทำงาน
The patient is recovering from the effects of his operation.
คนไข้กำลังฟื้นตัวจากผลของการผ่าตัด
The students need more money and support to put their campaign into effect.
พวกนักเรียนต้องการเงินและการสนับสนุนเพิ่มขึ้นเพื่อให้การรณรงค์ของพวกเขาเกิดขึ้นได้
The new law will take effect on December 1.
กฎหมายใหม่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่หนึ่งธันวาคม
As soon as the new regulation is in effect, all foreign workers are requested to register and pay tax without any exception.
เมื่อระเบียบใหม่ได้รับการบังคับใช้ คนงานต่างด้าวทุกคนต้องลงทะเบียนและจ่ายภาษีโดยไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น

Experience
noun, verb

เป็นได้ทั้ง noun และ verb ในกรณีที่เป็น noun จะเป็นคำนามนับไม่ได้เมื่อแปลว่า ประสบการณ์ที่เรียนรู้จากการทำงานหรือการใช้ชีวิต เช่น

He has no experience in running his own business.
เขาไม่มีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจของตัวเอง
She will not survive in such competitive area of business due to her lack of experience.
เธอจะไม่รอดในธุรกิจที่แข่งขันสูงเช่นนั้นเพราะเธอขาดประสบการณ์
The best way to learn is to have first-hand experience.
วิธีที่จะเรียนรู้ได้ดีที่สุดคือการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง
Instead of doing a PhD, Sirintra chose to work in the industry to gain practical experience.
แทนที่จะเรียนปริญญาเอก ศิรินทราเลือกที่จะทำงานในอุตสาหกรรมเพื่อจะได้รับประสบการณ์จากการปฏิบัติ
In my experience, people don’t like to be forced to buy anything that has no use for them.
จากประสบการณ์ของฉัน คนทั่วไปไม่ชอบถูกบังคับให้ซื้อของที่ไม่มีประโยชน์สำหรับพวกเขา
You must learn from your experience!
คุณต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเอง

experience สามารถใช้เป็นคำนามนับได้เมื่อหมายความถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณ นับหนึ่งเหตุการณ์เป็นหนึ่งครั้ง

Visiting Thailand is an unforgettable experience.
การมาเที่ยวประเทศไทยเป็นประสบการณ์ที่ไม่อาจลืมเลือน
Tasting Tom Yum Kung is a new experience for me.
การลิ้มรสต้มยำกุ้งเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับฉัน
The old couple had been through a lot of bad experiences.
สามีภรรยาผู้ชรานั้นได้ผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมามากมาย

ในกรณีที่ใช้เป็นคำกริยา experience เป็นคำกริยาที่ต้องการกรรม แปลว่าประสบกับอะไรบางอย่าง เช่น ประสบปัญหา ประสบกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน หรือเผชิญกับภาวะอะไรบางอย่าง

The young parents are experiencing many problems with their first baby.
พ่อแม่ที่อายุยังน้อยประสบปัญหามากมายเกี่ยวกับลูกคนแรกของพวกเขา
Children need to experience things for themselves.
เด็ก ๆ ต้องเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง
Some women claimed that they never experienced feelings of nausea during pregnancy.
ผู้หญิงบางคนระบุว่าพวกเธอไม่เคยรู้สึกคลื่นไส้เลยระหว่างตั้งครรภ์

Famous
adjective

Infamous
adjective

เราคงคุ้นเคยกับ Famous ดีอยู่แล้ว ว่าแปลว่า “มีชื่อเสียง” ส่วน Infamous หลายคนอาจจะคิดว่าเมื่อเติม in เข้าไปข้างหน้าจะทำให้แปลว่า “ไม่มีชื่อเสียง” ซึ่งผิด คำนี้ก็แปลว่ามีชื่อเสียงเช่นกัน แต่เป็นไปในทางไม่ดี หรือก็คือ “มีชื่อเสีย” นั่นเอง

Famous “มีชื่อเสียง”

  • Thailand is famous for its friendly people.
  • Chiang Mai is famous as a wonderful travel destination.

Infamous “มีชื่อเสียงในทางไม่ดี”

  • Unfortunately, Thailand is also infamous for prostitution.
  • No one seems to be able to solve the infamous traffic problems of Bangkok.

Find
verb

Found
verb

สองคำนี้เป็น verb ทั้งคู่ แต่ความหมายไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย Find แปลว่า “หา” ในขณะที่ Found แปลว่า “ก่อตั้ง” เช่นก่อตั้งสถาบัน องค์กรต่าง ๆ

สิ่งที่อาจทำให้สับสนได้คือรูป verb 3 ช่องของทั้งสองคำนี้

  • find – found – found = หา
  • found – founded – founded = ก่อตั้ง

Find = “หา”

  • I believe that he will find a job soon.
  • He has found his lost wallet already.

Found = “ก่อตั้ง”

  • Chakrit M.D. aims to found a medical organization in his hometown.
  • Kasetsart University was founded in 1943.

Fine
adjective

Fine
verb, noun

Fine เมื่อเป็น adj. จะแปลว่า “ok” หรือ “ดี”

  • I’m fine now so we can continue our work.
  • If you don’t want my help, that’s fine by me.

นอกจากนั้นเมื่อใช้อธิบาย noun ยังสามารถแปลว่า “ยอดเยี่ยม” ได้ด้วย

  • He drinks only the finest wines.
  • This is a fine example of impressionism art.

Fine เมื่อเป็น verb และ noun กลับแปลว่า “ปรับเงินผู้กระทำผิด” และ “ค่าปรับ”

  • The police fined him for drunk driving.
  • He had to pay a $50 fine for speeding (=driving faster than the legal limit).

Forward
adverb

Forward
verb

Foreword
noun

คำเหล่านี้ออกเสียงเหมือนกัน

Forward ที่เป็น adverb แปลว่า "ไปข้างหน้า" ส่วนที่เป็น verb แปลว่า "ส่ง" จดหมาย พัสดุ หรืออีเมล์

  • We should forget the past and look forward.
  • Thailand has been stuck in the political quagmire for too long. Now it's time to move forward.
  • Could you please forward the email in question to me?

Foreword แปลว่า "คำนำ" รากศัพท์ก็ตรงไปตรงมาคือ fore แปลว่า ก่อน และ word แปลว่า คำ รวมความเป็น คำที่มาก่อนเนื้อหาอื่น ๆ คำที่แปลเหมือนกันอีกคำคือ preface

  • I think it's always a good idea to read the foreword before going to the content of any book.

Fraction
noun

Faction
noun

สองคำนี้เขียนคล้ายกัน และมีความหมายที่อาจนำมาเชื่อมโยงกันได้

Fraction ในทางคณิตศาสตร์ แปลว่า “เศษส่วน” สำหรับกรณีทั่ว ๆ ไป จะแปลว่า “ส่วนหนึ่ง” หรือ “ปริมาณน้อยนิด”

  • He spent a sizable fraction of his lifetime searching for traces of aliens on Earth.
  • These manors are only a tiny fraction of the billionaire’s total assets.

Faction แปลว่า “กลุ่มคนเสียงส่วนน้อย” ซึ่งมีความเห็นแตกต่างกับคนส่วนใหญ่ หรือ “กลุ่มย่อยในกลุ่มใหญ่”

  • The majority cannot ignore the opinions of factions.
  • The massive political party soon split into many factions.

Historic
adjective

Historical
adjective

สองคำนี้มีเป็น adjective มีความหมายคล้ายกันไม่เหมือนกันสักทีเดียว historical แปลว่า ที่เกิดขึ้นในอดีต ที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ อะไรก็ตามที่เคยมีตัวตนอยู่ในอดีตไม่ว่าจะเป็นเรื่องสำคัญหรือไม่สำคัญสามารถใช้ historical ขยายได้ทั้งสิ้น ตัวอย่างเช่น

  • Although the anecdotes my grandfather told me when I was young are mostly fictional, some of them do contain historical facts.
  • Alexander is one of my favorite historical movies.

ส่วน historic นั้นจะใช้ได้เฉพาะกับสิ่งที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น

  • Ayuttaya, which had been the capital of Thailand for more than four hundred years, boasts countless historic attractions.
  • The fall of Berlin Wall is one of the greatest historic moments of all time.

Idol
noun

Idle
adjective

สองคำนี้ออกเสียงเหมือนกัน แต่ว่าความหมายต่างกันโดยสิ้นเชิง

Idol เป็น noun แปลว่า “คนหรือสิ่งที่ผู้คนชื่นชอบ ยกย่อง” เช่น รายการ American Idol ก็เป็นการค้นหาผู้ที่มีความสามารถดึงดูดให้ผู้คนชื่นชอบได้ คำนี้อาจแปลง่าย ๆ ว่า hero ก็ได้

  • That Korean pop singer is my girlfriend’s idol, but I hate him.
  • Thiti considers his father his idol. He wants to be highly admired by everyone as his father.

Idle เป็น adjective อาจใช้อธิบายเครื่องจักร หรือคนงาน ว่า “ไม่ได้ทำงาน” ถ้าพูดถึงเรื่องทั่ว ๆ ไป จะหมายถึงเรื่องที่ “ไม่มีสาระสำคัญ” ถ้าบรรยายคน จะแปลว่า “ขี้เกียจ”

  • If you do not use your computer for about ten minutes, it will switch to the idle mode.
  • I have no idea how to wake my idle sister up.

Lead
verb

Lead
noun

Lead เมื่อเป็น verb อ่านว่า “ลีด” แปลว่า “นำ” คำที่เกี่ยวข้องเช่น Leader = “ผู้นำ” และ Leadership = “ภาวะผู้นำ”>

  • People believe that a good education leads to a good occupation.
  • Suksan is going to lead the new project of our department.

Lead ที่เป็น noun มี 2 ความหมาย อันแรกคือ “ตำแหน่งนำ” ซึ่งอ่านว่า “ลีด” เหมือนกรณี verb

  • I took the lead in using organic methods to take care of my farm.
  • Later other farmers in my neighborhood followed my lead.

Lead ที่เป็น noun อีกคำ แปลว่า “ตะกั่ว” กรณีนี้ต้องอ่านว่า “เลด”

  • Although lead has many uses in many industries, it is highly poisonous to humans and animals.
  • We call the black graphite core of pencils ‘lead’ because in the past scientists used to believe that graphite was a form of lead.

Lie
verb

Lay
verb

สองคำนี้ความหมายใกล้ ๆ กัน และรูป verb 3 ช่องก็มีบางตัวซ้ำกัน ทำให้สับสนได้ง่าย คำคู่นี้แม้แต่ฝรั่งหลาย ๆ คนก็ยังใช้ผิดกัน


Lie แปลว่า “นอนราบ” เป็น verb ไม่มีกรรม เช่น “ฉันนอนลง” “ฉันนอนบนเตียง”

Lay แปลว่า “วางลง” หรือ “ปู” เป็น verb ที่ต้องการกรรม เช่น “ฉันวางหนังสือลงบนโต๊ะ” “ฉันอยากปูพรม”


รูป verb 3 ช่องของสองคำนี้คือ

  • lie lay lain = นอนราบ
  • lay laid laid = วางลง

สังเกตว่า lay อาจจะเป็น V2 ของ lie=นอนราบ ก็ได้ หรือ เป็น V1 ที่แปลว่า วางลง ก็ได้


Lie "นอนราบ"

  • I lay awake the whole night, thinking of her, my only love.
  • The deer was shot but it could run away. Later, we found it lying dead a mile away.

Lay “วางลง”

  • I think it’s not a good idea to lay this carpet on the floor. It’s too pretty. Maybe we should hang it on the wall.
  • My father laid some money on my desk before walking out of my room.

Lie
verb

Lie
verb

Lie เป็น verb มี 2 ความหมายคือ “โกหก” กับ “นอนราบ” ซึ่ง 2 คำนี้มีรูปกริยา 3 ช่องแตกต่างกัน คือ

  • lie lied lied = โกหก
  • lie lay lain = นอนราบ


Lie “โกหก”

  • He promised he would never lie to me again.
  • Jennifer lied about her work experience.

Lie “นอนราบ”

  • Shin Chan often lies flat on the floor, pretending to be dead.
  • I lay down on the bed but couldn’t sleep the whole night.

Lie
verb

Lie
verb

Lay
verb

Lie ที่แปลว่า "โกหก" และ Lie ที่แปลว่า "นอนราบ" ทั้งคู่เป็น intransitive verb คือ กริยาไม่มีกรรม

พวกกริยาประเภทนี้ไม่สามารถตามด้วย Noun ที่เป็นกรรมได้ แต่อาจจะตามด้วยส่วนขยายในรูป Prep. + Noun ตัวอย่างเช่น

Lie "โกหก"

  • lie + about + เรื่องที่โกหก
  • lie + to + คนที่ถูกโกหก

เช่น

  • He never lies. (ไม่มีกรรม ไม่มีส่วนขยาย)
  • Jennifer always lies to other people about her age.


Lie "นอนราบ"

  • lie in bed = นอนบนเตียง
  • lie on the floor = นอนบนพื้น


ส่วน Lay ที่แปลว่า "วาง" หรือ "ปู" นั้นเป็น transitive verb คือกริยาที่ต้องมีกรรมตามหลังเสมอ

  • lay eggs = วางไข่
  • lay a carpet = ปูพรม
  • lay bricks = ปูอิฐ

Live
verb

Live
adjective

สองคำนี้สะกดเหมือนกัน คำนึงเป็น noun อีกคำเป็น adj. แปลและอ่านออกเสียงต่างกัน

  • I don’t want to live in a rural area.
  • A number of plants and animals live in these rain forests.

Live เมื่อเป็น adj. อ่านว่า “ไลฟ์” แปลว่า “ที่มีชีวิต” ก็ได้ หรือถ้าพูดถึงดนตรี การแสดงต่าง ๆ หรือรายการทางวิทยุโทรทัศน์ สามารถแปลว่า “สด” เช่น live music หรือ live concert

  • The researchers are experimenting on live animals.
  • The live show last night was hilarious.

Loath
adjective

Loathe
verb

สองคำนี้หน้าตาคล้ายกันมาก แต่ความหมายและการใช้ต่างกันชัดเจน loath เป็นคำคุณศัพท์แปลว่า reluctant คือไม่เต็มใจที่จะทำอะไรบางอย่าง จะใช้ในรูป be loath to do something ตัวอย่างประโยคเช่น

  • She is loath to take the burden.
  • The husband was loath to tell his wife the bad news about their son.

ส่วน loathe เป็นคำกริยาแปลว่า hate คือ ไม่ชอบอย่างมาก เกลียด เวลาใช้จะตามด้วยกรรมซึ่งคือสิ่งที่เกลียด เช่น

  • She loathes the pretentious manners of politicians so much.
  • I really loathe this nonsense TV show.
  • I think every kid loathes sitting still for a long time.

Lose
verb

Loss
noun

Loose
adjective

สามคำนี้เขียนและออกเสียงใกล้ ๆ กัน แต่ความหมายและวิธีใช้แตกต่างกัน


Lose เป็น verb อ่านว่า “ลูส” แปลว่า “สูญเสีย” หรือ “แพ้” รูป verb 3 ช่อง ของคำนี้คือ lose lost lost โดยที่ lost อ่านว่า “ลอสท์”

  • Anna wants to lose weight so she is trying not to eat much carbohydrate and fat.
  • In the last night’s game, our team lost by only one goal.


Loss เป็น noun ของ lose แปลว่า “ความสูญเสีย” อ่านว่า “ลอส”

  • My father’s death is the greatest loss of my life.
  • Due to the current economic uncertainties, the company made a loss of 50,000,000 baht last quarter.


Loose เป็น adjective ไม่ได้มีความหมายเกี่ยวข้องกับ lose และ loss คำนี้แปลว่า “หลวม” อ่านว่า “ลูส”

  • Jack prefers casual dressing style, always wearing a loose T-shirt with a pair of jeans.
  • Sally cried because she had a loose tooth and she was frightened to lose all her teeth.
 

© สงวนลิขสิทธิ์

 

KandoWriting C.P. Tower 3 ติด BTS พญาไท ทางออกตรงข้าม Airport Link โทร. 099-230-4321