Error
Identification

 

17September2013

1) [Work] [is] often [measure] in units [called] foot-pounds.

ประโยคนี้เป็น Passive Voice = BE + V3
จึงต้องแก้ is measure --> is measured (ถูกวัด)

***********************************

2) [The] first [official] United States census [was] taken [on] 1790.

เราใช้
>> on + "วัน"
>> in + "เดือน"
>> in + "ปี"

ดังนั้นเราจึงต้องแก้ on 1790 --> in 1790

***********************************

3) What [cause] the passenger pigeon to become [extinct] was [unrestrained] [hunting].

"สิ่งที่ทำให้นกสูญพันธุ์ คือ การล่าโดยไม่ควบคุม"

เหตุการณ์นกสูญพันธุ์เกิดขึ้นไปแล้ว เป็นเรื่องอดีต
เรายังสามารถสังเกตได้จาก Verb 'was'

เราจึงต้องแก้ cause (V1) --> caused (V2)

***********************************

4) Alaska is [fame] for [tall] mountains [and] beautiful [scenery].

ต้องแก้ fame (noun) = ชื่อเสียง
เป็น famous (adj.) = ที่มีชื่อเสียง

ถ้าเราเขียนว่า
>> Alaska is fame จะแปลว่า "อลาสก้า คือ ชื่อเสียง"
ซึ่งแปลไม่รู้เรื่อง

อีกจุดสังเกตคือเรามีสูตรว่า
>> BE famous for + ของเด่น/ของดัง
ซึ่งสอดคล้องกับ for ที่โจทย์กำหนดให้มา

คำว่า mountains นิยมใช้ high ขยายเป็นหลักก็จริง
แต่ก็สามารถใช้ tall ขยายได้เช่นกัน จึงไม่จำเป็นต้องแก้ครับ

***********************************

5) The body [does] not [stay at] the [alike] temperature from morning till [night].

alike = เหมือน คล้าย เป็น Adj.

Adj. จะอยู่
1. หน้า N. เช่น a beautiful girl
2. หลัง BE เช่น She is beautiful.
3. หลัง Linking Verb เช่น She looks beautiful.

แต่ Adj. alike ห้ามวางหน้า N.
ใช้ได้แค่กรณี 2. และ 3. เช่น
>> They are alike.
>> They look alike.

ข้อนี้อาจจะแก้เป็นคำอื่นเช่น the [same] temperature ครับ

***********************************

6) Female bears [usually] [give birth to] two or three [cub] [every] two years.

cub (= ลูกสัตว์ เช่น ลูกหมี ลูกเสือ ลูกสิงโต) มี 2-3 ตัว จึงต้องเติม s ด้วยครับ

***********************************

7) [Pioneers] in Pennsylvania [built] [the first] Conestoga wagons [during 1700's].

ต้องเติม the หน้า 1700's ครับ
เวลาเราเขียน "ช่วงเวลา" เราจะใช้สูตรว่า
>> the + ค.ศ. + s
เช่น
>> the 1700's หรือ the 1700s = 1700 - 1799
>> the 1980's หรือ the 1980s = 1980 - 1989

***********************************

8) The [classification] of the chemical [elements] is a [compare] [recent] undertaking.

โดยทั่วไปลำดับการเรียงคำคือ
>> Article + Adv. + Adj. + Noun
ดังนั้นในส่วน
>> a compare recent undertaking

เราต้องแก้ compare ที่เป็น verb
หา Adv. มาใส่แทน ซึ่งก็คือ comparatively ครับ

***********************************

9) [The cities] that are [the most] [crowd generate] [a lot of] pollution.

crowd เป็น Noun แปลว่า "ฝูงชน"
crowd เป็น Verb แปลว่า "เบียดเสียด"

ประโยคนี้เราต้องการ Adj. มาขยาย cities ว่า "ซึ่งมีคนหนาแน่น" "แออัด"
คำนั้นก็คือ crowded (Adj.) นั่นเอง

***********************************

10) The zenith provides [a means] [for making] various [calculates] in [astronomy].

various (Adj.) = หลากหลาย
โดยความหมายแล้ว คำนี้ต้องนำหน้า Noun ที่เป็น พหูพจน์

เราจึงต้องแก้ calculate (V.) --> calculations (N., plural)

Note: คำว่า means เป็นคนละคำกับ mean
means เป็น Noun แปลว่า "วิธีการ" (= method, way)
คำนี้ประหลาดตรงที่รูป เอกพจน์ และ พหูพจน์ มีหน้าตาเหมือนกัน
>> a means
>> many means
สังเกตว่าต้องมี s เสมอ

***********************************

11) [The most] substances [expand] [in volume] when [they] are heated.

The most = ที่สุด
Most = ส่วนใหญ่

ตรงนี้ต้องการความหมาย "ส่วนใหญ่" จึงต้องตัด The ทิ้งครับ

***********************************

12) The [actual] process of [seeing] is [performed] by the brain [other] than by the eye.

more than = มากกว่า (เช่น ในเชิงปริมาณ)
other than = except = ยกเว้น
rather than = instead of = แทนที่

ข้อนี้เราต้องเข้าใจความหมายโจทย์
>> "สมอง" ต่างหากที่ทำกระบวนการมองเห็น แทนที่จะเป็น "ตา"
ดังนั้นจึงต้องแก้ other --> rather

***********************************

13) Salt Lake City, Utah's [capital] and [largest] city, [is industrial] and banking [center].

ต้องแก้ตรง is industrial ครับ

หลักการคือ "Noun นับได้ เอกพจน์ ต้องมีคำแปะหน้าเสมอ"
คำแปะหน้าก็คือพวก
>> a / an / the
>> one / another
>> each / every
>> this / that
>> my / your / Jane's
โดยที่การเลือกใช้ก็ขึ้นอยู่กับความหมาย ว่าเราต้องการคำแปลว่าอะไร

ข้อนี้เรามี center อยู่ แต่ยังไม่ได้ใส่ คำแปะหน้า แบบข้างบน
มีแค่ Adj. ขยายอยู่ เราต้องหาคำแปะหน้าสักคำไปใส่หน้า Adj.
เช่น เติม an เข้าไป --> an industrial and banking center

Note: บางคนอาจสงสัยว่า หน้า largest city ไม่ต้องเติม the หรอ?
ถ้าเราใส่ คำแปะหน้า แสดงความเป็นเจ้าของแล้ว เราจะไม่ใส่ the ซ้อนอีกครับ เช่น
>> the oldest son of mine = my oldest son
>> the largest city of Utah = Utah's largest city

***********************************

14) Most [of species] that [lived in] the Ice Age [no longer] [exist].

Most ในข้อนี้แปลว่า "ส่วนใหญ่" ซึ่งมีโครงสร้างการใช้ 2 แบบ

>> Most + นามทั่ว ๆ ไป
>> Most of + นามเฉพาะเจาะจง

ในข้อนี้ 'species' เข้าข่าย นามเฉพาะเจาะจง
เพราะมีการขยายความชัดเจนว่าพูดถึง สายพันธุ์ที่ดำรงชีวิตอยู่ในยุคน้ำแข็ง

เมื่อเรากล่าวถึงสิ่งที่เฉพาะเจาะจงเราจะใช้ article 'the' นำหน้า
เราจึงต้องใส่ the เข้าไปหน้า species
>> Most of the species

***********************************

15) [Either] the gas mask and the [traffic] light [were] invented [by] Garrett Morgan.

เรามีคำที่มาเป็นคู่
>> Both and = ทั้งคู่
>> Either or = อันใดอันหนึ่ง
>> Neither nor = ไม่ทั้งคู่

ในข้อนี้มี and บังคับมา
เราจึงต้องแก้ Either --> Both

โจทย์แปลว่า
"Garrett Morgan คิดค้นทั้งหน้ากากกันแก๊สและไฟจราจร"

***********************************

16) Raisins [were once] [an expensive] food, and only [the wealth] [ate them].

"ลูกเกดเคยเป็นอาหารราคาแพง มีแต่คนรวยถึงจะได้กิน"

>> wealth (noun) = ความร่ำรวย
>> wealthy (adj.) = ร่ำรวย

เราต้องแก้ the wealth ให้แปลว่า "คนรวย" เราทำได้ 2 แบบคือ
>> wealthy people
>> the wealthy

กรณีล่างเป็นการใช้ "the + Adj." = "Adj. people"
เช่น
>> the rich = rich people
>> the poor = poor people
>> the British = British people

***********************************

17) [Direct] rail [service] began [between] New York City and Chicago [since] 1852.

เรามักใช้ since / for คู่กับ Present Perfect (has/have + V3)
เพื่อบรรยายถึงเรื่องที่ทำต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

แต่ข้อนี้ Verb หลัก คือ began เป็น Past Simple
จุดเวลาที่ "เริ่ม" ให้บริการ คือ "ใน"ปี 1852
เราจึงต้องแก้ since --> in แทนครับ

[Note: ถ้าเราเจอคำอย่าง
yesterday / ... ago / last... / in 1999 / from 2000 to 2010
ซึ่งเป็นตัวบอกเวลาอดีต เราต้องใช้ Past Tense ครับ]

***********************************

18) [Before an] airplane [is taken] off, a flight plan [is made] [and approved].

ต้องแก้ is taken --> takes ครับ

สำนวน "take off" ใช้กับ "เครื่องบิน" แปลว่า "ออกบิน" "ขึ้นบิน"
เราใช้ว่า An airplane takes off. เลย
เป็น Active voice ไม่ใช่รูปถูกกระทำ Passive voice

***********************************

19) Liquefied [natural] gas is the most [volatile] [chemistry] explosive in [common] use today.

ต้องแก้ chemistry ครับ

explosive ตรงนี้เป็น Noun แปลว่า "วัตถุระเบิด" "สิ่งที่ระเบิดได้"
(ปกติ คำที่ลงท้ายด้วย -ive มักจะเป็น Adj. แต่สำหรับ explosive เป็นได้ทั้ง N. และ Adj.)

คำหน้า explosive จะเป็นคำขยาย
เช่น volatile (Adj.) แปลว่า "ที่ระเหยง่าย"

chemistry เป็น Noun แปลว่า "วิชาเคมี"
"วัตถุระเบิดวิชาเคมี" คำแปลมันไม่เข้ากับเนื้อหา
ควรจะใช้ คำว่า chemical (Adj.) = "(ทาง/เชิง)เคมี" มากกว่า

เราจึงควรแก้เป็น
>> chemical explosive

***********************************

20) [Although most] dogs [have poorly] eyesight, they possess [a superb] sense [of smell].

ปกติถ้าเราเอา Adj. ไป +ly เราจะได้ Adv. เช่น
>> slowly / beautifully / strangely

- Adj. ขยาย Noun
- Adv. ขยายได้หลายอย่าง เช่น ขยาย Verb ขยาย Adj.

แต่ในข้อนี้ เราต้องการคำมาขยาย Noun 'eyesight' = "สายตา"
เราจึงต้องใช้ Adj. 'poor' ไม่ใช่ Adv. 'poorly'
>> poor eyesight = สายตาไม่ดี (ไม่เกี่ยวอะไรกับ จน นะครับ)

***********************************

21) Authors sometimes [use variety] of [techniques] to [set the tone] of their [novels].

เรามีสำนวนว่า
"a variety of + นามพหูพจน์"
แปลว่า "NOUN หลากหลายชนิด"

อย่างในข้อนี้เราก็ต้องใช้ว่า
"use a variety of techniques"
ใช้เทคนิดหลากหลายชนิด

***********************************

22) Ulysses S. Kay was [among the] United States [composers visited] the Soviet Union in 1958 [to participate] in a cultural exchange [program].

ข้อนี้เป็นเรื่องโครงสร้างประโยค
ถ้าเราแปลดูจะได้ว่า
"Kay อยู่ในกลุ่มนักเขียนไปโซเวียตในปี 58..."

อ่านดูแล้วจะรู้สึกแปลก ๆ เพราะมันตกคำสำคัญไป
"Kay อยู่ในกลุ่มนักเขียน<ที่>ไปโซเวียตในปี 58..."
ถ้าเราเติมคำว่า "ที่" เข้าไป ประโยคก็จะอ่านรู้เรื่อง

คำว่า "ที่" "ซึ่ง" "อัน" "ผู้" ในภาษาอังกฤษก็คือพวก who, which, that, ...
ในกรณีพูดถึงคนเราอาจใช้ who หรือ that ก็ได้

ดังนั้นเราจึงต้องเติม who เข้าไปด้วยหลัง composers
>> ...composers who visited...

***********************************

23) [To his rural neighbors], Robert Frost was [an unlikely farmer] [who wrote poets] [late at night].

ข้อนี้ถ้าเราแม่นเรื่องคำศัพท์ ก็ต้องถือว่าไม่ยาก
จุดที่ผิดคือตรง poets

a poet (noun) คือ กวี ผู้แต่งบทกลอน
หมายถึงตัวคน ไม่ได้หมายถึง ตัวงานเขียน บทกวี หรือกลอน

คำที่เราต้องการคือ poems หรือ poetry
ซึ่งแปลว่า บทกลอน บทกวี
poem นับได้ จึงสามารถเติม s ได้
poetry นับไม่ได้ จึงไม่ต้องเติม s

***********************************

24) Most unskilled workers [get paid] the minimum wage, [which] is now [more than] five dollars [the] hour.

ข้อนี้ไม่ยากนะครับ แก้ the hour เป็น an hour

เราสามารถใช้ a/an แปลว่า per "ต่อ" ได้
เช่น
>> He drove at 120 kilometers an hour before hitting another car.
เขาขับรถเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก่อนจะชนรถอีกคัน
>> Humans have three meals a day.
มนุษย์ทานอาหาร 3 มื้อต่อวัน
>> I go to see my grandmother twice a month.
ฉันไปหาคุณย่า/ยายเดือนละสองครั้ง

ในโจทย์เราต้องแก้ว่า
>> five dollars an hour
5 ดอลล่าร์ ต่อ ชั่วโมง
(สังเกตว่าต้องใช้ an ไม่ใช่ a เพราะ hour ออกเสียงเหมือน our เสียงแรกเป็นเสียงสระ ไม่ใช่พยัญชนะ)

***********************************

25) [People are] more [likely] to buy [a newspaper] if his attention is caught by [something sensational.]

วิธีวิเคราะห์โจทย์ Error Identification เราต้องถือว่าส่วนที่ไม่ได้ถูกขีดเส้นใต้ หรือในที่นี้คืออยู่นอก [...] ถูกต้องชัวร์
ส่วนที่ขีดเส้นใต้ หรืออยู่ใน [...] อาจผิดได้ และต้องแก้ตามให้สอดคล้องกับส่วนนอก [...]

ข้อนี้จริง ๆ ไม่ยาก ส่วนนอก [...] มีจุดหนึ่งเขียนว่า ...his attention...
แสดงว่ากำลังพูดถึง "คนหนึ่งคน" เป็นเอกพจน์
ส่วนใน [...] ที่ไม่สอดคล้องกับจุดนี้คือ [People are]
เพราะพูดถึง "คนหลายคน" เป็นพหูพจน์

เราจึงต้องแก้ People are ให้แก้เป็นเอกพจน์ "A person is..."

 

© สงวนลิขสิทธิ์

 

KandoWriting C.P. Tower 3 ติด BTS พญาไท ทางออกตรงข้าม Airport Link โทร. 099-230-4321